ใช้ Social Media ขายของ เทคนิค Social Selling เพิ่มยอดขายออนไลน์

สวัสดีครับเพื่อนๆ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลาย! ยุคนี้ใครๆ ก็ขายของออนไลน์กัน แต่จะทำยังไงล่ะ ให้ยอดขายปังๆ คนแห่กันมาซื้อ คำตอบง่ายๆ เลยครับ “ใช้ Social Media ให้เป็น” ใช่แล้วครับ โซเชียลมีเดียที่เราเล่นกันทุกวันนี่แหละ มันคือขุมทรัพย์ชั้นดีที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตแบบก้าวกระโดด ผมเองก็คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานาน เห็นทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลว วันนี้เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ พร้อมเทคนิค Social Selling เด็ดๆ ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายออนไลน์แบบสุดปัง รับรองว่าอ่านจบแล้ว เอาไปปรับใช้ได้จริงแน่นอน!

ทำไมต้อง Social Media?

ก่อนอื่นเลย ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไม Social Media ถึงสำคัญสำหรับการขายของออนไลน์ ลองคิดดูสิครับ ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการเลื่อน Facebook, Instagram, TikTok กันมากแค่ไหน? แพลตฟอร์มเหล่านี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ดังนั้น การที่เราเอาสินค้าไปโชว์ ไปขายในที่ๆ คนอยู่เยอะๆ มันก็ย่อมมีโอกาสที่คนจะเห็น จะสนใจ และจะซื้อสินค้าของเรามากขึ้น จริงไหมครับ?

ข้อดีของ Social Media ก็คือ

  • เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย: ไม่ต้องเสียเงินเช่าที่ เสียเวลาเดินทาง แค่มีอินเทอร์เน็ตก็ขายของได้ทั่วประเทศ ทั่วโลก
  • สร้างแบรนด์: นอกจากขายของแล้ว เรายังสามารถใช้ Social Media สร้างแบรนด์ สร้างตัวตน ให้คนจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และอยากซื้อสินค้าของเรา
  • มีเครื่องมือช่วยขายเพียบ: แต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีฟีเจอร์ มีเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้เราขายของได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เช่น ระบบจัดการร้านค้า ระบบโฆษณา ระบบวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

เห็นไหมล่ะครับว่า Social Media มันมีประโยชน์มากแค่ไหน แต่การจะใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มันก็ต้องมีเทคนิคนิดนึง ซึ่งผมจะมาแชร์ให้ฟังในหัวข้อต่อไปนี้ครับ

รู้จักลูกค้า เข้าใจตลาด

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ประโยคนี้ยังใช้ได้เสมอครับ ก่อนที่เราจะเริ่มขายของ เราต้องรู้ก่อนว่า

  • ใครคือลูกค้าของเรา? พวกเขาอายุเท่าไหร่? เพศอะไร? อาชีพอะไร? ชอบอะไร? ปัญหาของพวกเขาคืออะไร?
  • คู่แข่งของเราคือใคร? พวกเขาขายอะไร? จุดแข็ง จุดอ่อนของพวกเขาคืออะไร? เราจะทำยังไงให้แตกต่าง?

การรู้จักลูกค้า เข้าใจตลาด จะช่วยให้เราวางแผนการขายได้อย่างแม่นยำ เลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสม สร้างคอนเทนต์ที่โดนใจ และนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า

เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะสม

Social Media แต่ละแพลตฟอร์มก็มีลักษณะ มีกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราต้องเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับสินค้า และกลุ่มเป้าหมายของเรา ยกตัวอย่างเช่น

  • Facebook: เหมาะกับสินค้าทั่วไป มีกลุ่มผู้ใช้หลากหลาย เข้าถึงคนได้ง่าย เน้นการสร้าง Community มีฟีเจอร์ เครื่องมือเยอะ
  • Instagram: เหมาะกับสินค้าที่เน้นภาพลักษณ์ ความสวยงาม เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่
  • TikTok: เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความ Viral ความบันเทิง กลุ่มผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น เน้นการใช้ Video สั้นๆ
  • LINE: เหมาะกับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ส่งข่าวสาร โปรโมชั่น มีฟีเจอร์ LINE OA ที่ช่วยให้บริหารจัดการลูกค้าได้ง่าย

สร้างคอนเทนต์ให้ปัง ดึงดูดใจ

คอนเทนต์คือหัวใจสำคัญของ Social Selling เลยครับ คอนเทนต์ที่ดี จะช่วยดึงดูดความสนใจ สร้าง Engagement และกระตุ้นยอดขายได้ เทคนิคการสร้างคอนเทนต์ก็มีดังนี้

  • เน้นคุณภาพ: รูปภาพ วิดีโอ ต้องคมชัด สวยงาม เนื้อหาต้องมีประโยชน์ น่าสนใจ อ่านง่าย เข้าใจง่าย
  • หลากหลาย: สลับกันโพสต์ รูปภาพ วิดีโอ บทความ Live Q&A เพื่อไม่ให้ลูกค้าเบื่อ
  • สม่ำเสมอ: กำหนดตารางโพสต์ และโพสต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าเห็นเราบ่อยๆ
  • ใช้ Hashtag: ติด Hashtag ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คนค้นหาเจอ
  • Interactive: ชวนลูกค้าคุย ถามคำถาม จัดกิจกรรม แจกของรางวัล เพื่อสร้าง Engagement

ปิดการขายอย่างมืออาชีพ

เมื่อลูกค้าสนใจสินค้าของเราแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการปิดการขาย ซึ่งต้องอาศัยเทคนิค และความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ

  • ตอบคำถาม ให้ข้อมูล: ตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็ว ชัดเจน ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง
  • สร้างความมั่นใจ: การันตีคุณภาพ มีรีวิว มี testimonials มีบริการหลังการขาย
  • กระตุ้นการตัดสินใจ: จัดโปรโมชั่น ส่วนลด ของแถม จำกัดเวลา จำกัดจำนวน
  • ช่องทางการชำระเงิน: มีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย สะดวก ปลอดภัย
  • การจัดส่ง: มีบริการจัดส่งที่รวดเร็ว เชื่อถือได้

ใช้เครื่องมือช่วยขาย

Social Media แต่ละแพลตฟอร์ม ก็จะมีเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้เราขายของได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เช่น

  • Facebook Ads: ยิงโฆษณา กำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มโอกาสในการขาย
  • Instagram Shopping: สร้างร้านค้าบน Instagram ให้ลูกค้าซื้อของได้ง่ายๆ
  • TikTok Shop: ขายของผ่าน Live และวิดีโอสั้น
  • LINE OA: ส่งข้อความ Broadcast สร้าง chatbot จัดการออเดอร์

วิเคราะห์ ปรับปรุง พัฒนา

การขายของออนไลน์ ไม่ใช่แค่โพสต์ แล้วก็รอให้คนมาซื้อ แต่เราต้องหมั่นวิเคราะห์ ดูข้อมูล ว่าโพสต์ไหน คอนเทนต์แบบไหน ที่ได้รับความสนใจ มี Engagement สูง แล้วนำมาปรับปรุง พัฒนา ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มยอดขาย และสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง

สรุปส่งท้าย

เป็นยังไงบ้างครับ กับเทคนิค Social Selling ที่ผมนำมาฝาก หวังว่าจะเป็นประโยชน์ และช่วยให้เพื่อนๆ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ สามารถเพิ่มยอดขายได้ อย่าลืมนะครับ “ความสำเร็จ ไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน” ต้องอาศัยความพยายาม ความอดทน และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ขอให้ทุกคนโชคดี และประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์นะครับ!

Hot this week

อย่าพูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน: เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจ

SME ออนไลน์จำนวนมาก “ขยันโพสต์” มาก แต่ยอดไม่สม่ำเสมอ ขายได้บ้าง เงียบบ้างไม่ใช่เพราะคอนเทนต์ไม่ดี แต่เพราะเรากำลังทำสิ่งที่พังเงียบ ๆ อยู่คือ…พูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจคนเพิ่งเห็นเรา...

รีวิวที่ขายแทนเราได้ ต้องตอบ 4 คำถามนี้ (ไม่งั้นก็แค่คำชม)

SME ออนไลน์หลายเจ้ามีรีวิวเยอะ แต่ยอดขายไม่ได้โตตามไม่ใช่เพราะรีวิวไม่จริง แต่เพราะรีวิวส่วนใหญ่เป็นแบบนี้:“ดีมากค่ะ” “ชอบมาก” “แนะนำเลย” “บริการดี ส่งไว”มันไม่ได้ผิดนะ แต่มัน ช่วยปิดการขายได้น้อย เพราะคนอ่านยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า…มันเหมาะกับเคสเราหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไร ต้องใช้ยังไง/นานแค่ไหน ถ้าเสี่ยง… เสี่ยงแค่ไหน รีวิวที่ขายแทนเราได้จริง ไม่ต้องยาว ไม่ต้องเว่อร์ แต่ต้องตอบ “4...

ลูกค้าทักแล้วหาย? เอา VOC มาทำ Offer แล้วปิดง่ายขึ้น

“มีของไหม?” “ราคาเท่าไหร่?” “ส่งกี่วัน?” “เหมาะกับมือใหม่ไหม?” แล้ว… เงียบSME ออนไลน์เจอเหตุการณ์นี้ทุกวัน และหลายคนสรุปเร็วเกินไปว่า “ลูกค้าไม่จริงจัง” หรือ “ขอถามเฉย ๆ”แต่ความจริงส่วนใหญ่คือ ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยังมี “แรงต้าน” บางอย่างในหัว และเราไม่ได้แก้แรงต้านนั้นให้จบทางแก้ที่แม่นที่สุดไม่ใช่คิดคำขายใหม่ทุกวัน แต่คือใช้...

อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ? เริ่มจากทำให้ทุกจุด “พูดภาษาเดียวกัน”

SME ออนไลน์จำนวนมากพลาดเรื่องหนึ่งแบบไม่รู้ตัว คือ “ลูกค้าเจอแบรนด์แล้วรู้สึกคนละเรื่องคนละโทน” ในแต่ละช่องทางโพสต์ดูพรีเมียม แต่พอทักแชตเหมือนตอบแบบรีบ ๆ พอเข้าเว็บเจอข้อความคนละชุด พอได้รับของ แพ็กเกจดูไม่ได้ตั้งใจ พอมีปัญหา การดูแลไม่เหมือนที่สื่อไว้ลูกค้าไม่ด่า ไม่คอมเมนต์ ไม่ดราม่า เขาแค่...

ก่อนจะทำคอนเทนต์ตามคนอื่น อ่านอันนี้ก่อน (จะได้ไม่ติดสงครามราคา)

มี “กับดัก” ที่ SME ออนไลน์ติดกันเยอะมาก คือเห็นคู่แข่งทำอะไร แล้วรีบทำตามทันทีคู่แข่งทำคลิปแนวนี้ → เราทำ คู่แข่งใช้คำแบบนี้ →...

Topics

อย่าพูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน: เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจ

SME ออนไลน์จำนวนมาก “ขยันโพสต์” มาก แต่ยอดไม่สม่ำเสมอ ขายได้บ้าง เงียบบ้างไม่ใช่เพราะคอนเทนต์ไม่ดี แต่เพราะเรากำลังทำสิ่งที่พังเงียบ ๆ อยู่คือ…พูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจคนเพิ่งเห็นเรา...

รีวิวที่ขายแทนเราได้ ต้องตอบ 4 คำถามนี้ (ไม่งั้นก็แค่คำชม)

SME ออนไลน์หลายเจ้ามีรีวิวเยอะ แต่ยอดขายไม่ได้โตตามไม่ใช่เพราะรีวิวไม่จริง แต่เพราะรีวิวส่วนใหญ่เป็นแบบนี้:“ดีมากค่ะ” “ชอบมาก” “แนะนำเลย” “บริการดี ส่งไว”มันไม่ได้ผิดนะ แต่มัน ช่วยปิดการขายได้น้อย เพราะคนอ่านยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า…มันเหมาะกับเคสเราหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไร ต้องใช้ยังไง/นานแค่ไหน ถ้าเสี่ยง… เสี่ยงแค่ไหน รีวิวที่ขายแทนเราได้จริง ไม่ต้องยาว ไม่ต้องเว่อร์ แต่ต้องตอบ “4...

ลูกค้าทักแล้วหาย? เอา VOC มาทำ Offer แล้วปิดง่ายขึ้น

“มีของไหม?” “ราคาเท่าไหร่?” “ส่งกี่วัน?” “เหมาะกับมือใหม่ไหม?” แล้ว… เงียบSME ออนไลน์เจอเหตุการณ์นี้ทุกวัน และหลายคนสรุปเร็วเกินไปว่า “ลูกค้าไม่จริงจัง” หรือ “ขอถามเฉย ๆ”แต่ความจริงส่วนใหญ่คือ ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยังมี “แรงต้าน” บางอย่างในหัว และเราไม่ได้แก้แรงต้านนั้นให้จบทางแก้ที่แม่นที่สุดไม่ใช่คิดคำขายใหม่ทุกวัน แต่คือใช้...

อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ? เริ่มจากทำให้ทุกจุด “พูดภาษาเดียวกัน”

SME ออนไลน์จำนวนมากพลาดเรื่องหนึ่งแบบไม่รู้ตัว คือ “ลูกค้าเจอแบรนด์แล้วรู้สึกคนละเรื่องคนละโทน” ในแต่ละช่องทางโพสต์ดูพรีเมียม แต่พอทักแชตเหมือนตอบแบบรีบ ๆ พอเข้าเว็บเจอข้อความคนละชุด พอได้รับของ แพ็กเกจดูไม่ได้ตั้งใจ พอมีปัญหา การดูแลไม่เหมือนที่สื่อไว้ลูกค้าไม่ด่า ไม่คอมเมนต์ ไม่ดราม่า เขาแค่...

ก่อนจะทำคอนเทนต์ตามคนอื่น อ่านอันนี้ก่อน (จะได้ไม่ติดสงครามราคา)

มี “กับดัก” ที่ SME ออนไลน์ติดกันเยอะมาก คือเห็นคู่แข่งทำอะไร แล้วรีบทำตามทันทีคู่แข่งทำคลิปแนวนี้ → เราทำ คู่แข่งใช้คำแบบนี้ →...

Customer Journey 5 Stages สรุปเข้าใจง่าย พร้อมวิธีวางแผนการตลาด

Customer Journey 5 ขั้นคือแผนที่เส้นทางลูกค้า ตั้งแต่เริ่มเห็นแบรนด์จนกลายเป็นคนบอกต่อ บทความนี้พาไล่ทีละสเต็ป ว่าลูกค้าคิดอะไร ทำอะไร และแบรนด์ควรออกแบบประสบการณ์แบบไหน เพื่อให้ทั้งยอดขายและความภักดีเติบโตไปพร้อมกัน

4P vs 7P สรุปจบใน 1 ตอน

บทความนี้พาไล่ตั้งแต่ 4P ดั้งเดิมไปจนถึง 7P สำหรับธุรกิจบริการ อธิบายความต่าง จุดใช้ และยกตัวอย่างให้เห็นภาพ พร้อม Framework ง่าย ๆ ที่เอาไปเช็กธุรกิจของตัวเองได้ทันที

หมกมุ่นยอดฟอล ≠ หมกมุ่นยอดโอน

ปัญหาของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ส่วนใหญ่ คือเอาแต่ดีใจกับตัวเลขบนหน้าจอ แต่ไม่เคยมองยอดโอนในบัญชีแบบจริงจังฝั่งหมกมุ่นยอดฟอล– วัดแต่ยอดฟอล ไม่เคยมองว่าวันนี้ปิดกี่บิล – แจกของฟรี ไลฟ์แจก แถมไม่อั้น เอายอดตาม แต่คนตามเพราะของฟรี ไม่ได้ตามเพราะอยากซื้อ – ทำคอนเทนต์เอาไวรัล...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img