เลือกแพลตฟอร์ม E-commerce ที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการทุกท่าน! ผมเชื่อว่าหลายคนคงกำลังมองหาช่องทางในการขยายธุรกิจไปสู่โลกออนไลน์ หรือไม่ก็กำลังมองหาวิธีที่จะยกระดับร้านค้าออนไลน์เดิมให้ปังยิ่งกว่าเดิม และแน่นอนว่าหัวใจสำคัญของการค้าขายออนไลน์ก็คือ แพลตฟอร์ม E-commerce ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังใหม่ของธุรกิจเรานั่นเอง

แต่เดี๋ยวก่อน! ก่อนที่เราจะรีบร้อนตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มไหนสักแพลตฟอร์ม ผมอยากให้ลองมาพิจารณาปัจจัยสำคัญต่างๆ ไปพร้อมๆ กันก่อน เพราะการเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับธุรกิจนั้น เปรียบเสมือนการเลือกทำเลทองที่จะช่วยให้ธุรกิจของเรารุ่งเรือง แต่ถ้าเลือกพลาดไปละก็ อาจทำให้เสียเวลา เสียเงิน เสียโอกาสทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดายเลยทีเดียว

ในบทความนี้ ผมจะพาเพื่อนๆ ไปสำรวจแพลตฟอร์ม E-commerce ยอดนิยม ทั้งเจ้าดังระดับโลกอย่าง Shopify, WooCommerce รวมถึงแพลตฟอร์มเจ้าถิ่นของไทย พร้อมเจาะลึกข้อดี ข้อเสีย และเปรียบเทียบให้เห็นกันจะๆ เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ ตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มที่ใช่ ตอบโจทย์ และสอดคล้องกับงบประมาณได้อย่างมั่นใจ

ปัจจัยสำคัญในการเลือกแพลตฟอร์ม E-commerce

ก่อนที่เราจะไปดูกันว่าแพลตฟอร์มไหนเจ๋ง ไหนโดน ผมขอพาเพื่อนๆ มาสำรวจปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มกันก่อนครับ

  • ประเภทสินค้าและบริการ: เราขายสินค้าประเภทไหน? สินค้าดิจิทัล? สินค้าทั่วไป? หรือสินค้าแฮนด์เมด? แพลตฟอร์มแต่ละเจ้าก็จะมีฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภทแตกต่างกันไป
  • ขนาดธุรกิจ: ธุรกิจของเราเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่? มีแผนจะขยายธุรกิจในอนาคตหรือไม่?
  • งบประมาณ: เรามีงบประมาณเท่าไหร่? แพลตฟอร์มแต่ละเจ้ามีค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และแพ็คเกจราคาที่แตกต่างกัน
  • ความรู้ด้านเทคนิค: เรามีความรู้ด้านการเขียนโค้ด การออกแบบเว็บไซต์ หรือการจัดการระบบมากน้อยแค่ไหน?
  • ฟีเจอร์และเครื่องมือ: แพลตฟอร์มมีฟีเจอร์ที่จำเป็นต่อธุรกิจของเราหรือไม่? เช่น ระบบจัดการสินค้าคงคลัง ระบบรับชำระเงิน ระบบจัดส่งสินค้า ระบบการตลาด และระบบวิเคราะห์ข้อมูล
  • ความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง: เราต้องการปรับแต่งร้านค้าออนไลน์ของเราเองมากน้อยแค่ไหน? ต้องการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหรือไม่?
  • การสนับสนุน: แพลตฟอร์มมีช่องทางการสนับสนุนที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพหรือไม่? มีคู่มือการใช้งาน บทความ หรือวิดีโอสอนการใช้งานหรือไม่?
  • ความปลอดภัย: แพลตฟอร์มมีระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ ป้องกันข้อมูลลูกค้า และป้องกันการโจรกรรมข้อมูลหรือไม่?

เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว รับรองว่าเพื่อนๆ จะสามารถเลือกแพลตฟอร์ม E-commerce ที่เหมาะสมกับธุรกิจได้อย่างแน่นอน

เจาะลึกแพลตฟอร์ม E-commerce ยอดนิยม

มาถึงส่วนที่หลายคนรอคอย นั่นก็คือการเจาะลึกแพลตฟอร์ม E-commerce ยอดนิยม ซึ่งผมได้คัดสรรมาให้เพื่อนๆ ได้พิจารณากันดังนี้

1. Shopify

เจ้าพ่อแพลตฟอร์ม E-commerce ระดับโลก ขึ้นชื่อเรื่องความใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น มีธีมและแอพพลิเคชั่นให้เลือกมากมาย ช่วยให้สร้างร้านค้าออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีระบบจัดการร้านค้าที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการสินค้าคงคลัง ระบบรับชำระเงิน ระบบจัดส่งสินค้า และระบบการตลาด

ข้อดี:

  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคก็สร้างร้านค้าได้
  • มีธีมและแอพพลิเคชั่นให้เลือกหลากหลาย ปรับแต่งร้านค้าได้ตามต้องการ
  • มีระบบจัดการร้านค้าที่ครบวงจร
  • มีระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
  • มีทีมสนับสนุนลูกค้าที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อเสีย:

  • ค่าบริการรายเดือนค่อนข้างสูง
  • การปรับแต่งขั้นสูงอาจต้องใช้ความรู้ด้านโค้ดดิ้ง
  • แอพพลิเคชั่นบางตัวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เหมาะสำหรับ:

  • ธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ครบครัน และต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

เว็บไซต์ Shopify

2. WooCommerce

แพลตฟอร์ม E-commerce แบบ Open-source ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง พัฒนาบน WordPress ซึ่งเป็นระบบจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้ด้าน WordPress หรือต้องการควบคุมร้านค้าออนไลน์อย่างเต็มที่

ข้อดี:

  • ฟรี! ไม่มีค่าบริการรายเดือน
  • มีปลั๊กอินและธีมให้เลือกมากมาย ปรับแต่งร้านค้าได้อย่างอิสระ
  • มีชุมชนผู้ใช้งานขนาดใหญ่ พร้อมให้ความช่วยเหลือ
  • เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาด

ข้อเสีย:

  • ต้องมีความรู้ด้าน WordPress ในการติดตั้ง ตั้งค่า และจัดการร้านค้า
  • อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับปลั๊กอิน ธีม หรือโฮสติ้ง
  • ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วยตัวเอง

เหมาะสำหรับ:

  • ธุรกิจที่มีงบประมาณจำกัด ต้องการความยืดหยุ่นสูง และมีทีมงานที่ดูแลด้านเทคนิคได้

เว็บไซต์ WooCommerce

3. แพลตฟอร์ม E-commerce ของไทย

นอกจากแพลตฟอร์มระดับโลกแล้ว ประเทศไทยเราก็มีแพลตฟอร์ม E-commerce ฝีมือคนไทยที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ผู้ประกอบการไทย และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี เช่น

  • Shopee: แพลตฟอร์ม E-commerce อันดับหนึ่งของไทย มีฐานผู้ใช้งานมหาศาล มีระบบการตลาดที่แข็งแกร่ง และมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายมากมาย เว็บไซต์ Shopee
  • Lazada: อีกหนึ่งแพลตฟอร์ม E-commerce ยักษ์ใหญ่ มีสินค้าหลากหลายประเภท มีระบบโลจิสติกส์ที่ครอบคลุม และมีบริการเก็บเงินปลายทาง เว็บไซต์ Lazada
  • JD Central: แพลตฟอร์ม E-commerce ที่เน้นสินค้าคุณภาพ มีบริการจัดส่งที่รวดเร็ว และมีนโยบายคืนสินค้าที่สะดวก เว็บไซต์ JD Central [invalid URL removed]

ข้อดี:

  • ใช้งานง่าย มีภาษาไทยรองรับ
  • มีฐานลูกค้าในประเทศไทยจำนวนมาก
  • มีระบบการตลาด และโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่เข้าถึงผู้บริโภคชาวไทย
  • ค่าธรรมเนียม และค่าบริการต่างๆ มักจะถูกกว่าแพลตฟอร์มต่างประเทศ

ข้อเสีย:

  • การปรับแต่งร้านค้าอาจมีข้อจำกัด
  • อาจต้องแข่งขันกับร้านค้าอื่นๆ จำนวนมาก
  • ฟีเจอร์บางอย่างอาจไม่ครบครันเท่าแพลตฟอร์มต่างประเทศ

เหมาะสำหรับ:

  • ธุรกิจที่ต้องการเจาะตลาดในประเทศไทย ต้องการเข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมาก และต้องการแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย

แพลตฟอร์มไหน ใช่สำหรับคุณ?

หลังจากที่เราได้รู้จักกับแพลตฟอร์ม E-commerce ยอดนิยมกันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาตัดสินใจเลือกแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับธุรกิจของเรา ซึ่งผมขอสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบง่ายๆ ดังนี้

ฟีเจอร์ShopifyWooCommerceShopee/Lazada
ใช้งานง่ายดีไม่ดีดี
ความยืดหยุ่นไม่ดีดีไม่ดี
ค่าใช้จ่ายแพงถูกปานกลาง
ฐานลูกค้าทั่วโลกทั่วโลกไทย
การตลาดดีปานกลางดีมาก
การสนับสนุนดีเยี่ยมปานกลางดี

สุดท้ายนี้ การเลือกแพลตฟอร์ม E-commerce ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการ และลักษณะเฉพาะของแต่ละธุรกิจ สิ่งสำคัญคือ ต้องศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และทดลองใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ดูก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ธุรกิจของเราได้อย่างแท้จริง

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการทุกท่านนะครับ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการค้าขายออนไลน์!

Hot this week

อย่าพูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน: เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจ

SME ออนไลน์จำนวนมาก “ขยันโพสต์” มาก แต่ยอดไม่สม่ำเสมอ ขายได้บ้าง เงียบบ้างไม่ใช่เพราะคอนเทนต์ไม่ดี แต่เพราะเรากำลังทำสิ่งที่พังเงียบ ๆ อยู่คือ…พูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจคนเพิ่งเห็นเรา...

รีวิวที่ขายแทนเราได้ ต้องตอบ 4 คำถามนี้ (ไม่งั้นก็แค่คำชม)

SME ออนไลน์หลายเจ้ามีรีวิวเยอะ แต่ยอดขายไม่ได้โตตามไม่ใช่เพราะรีวิวไม่จริง แต่เพราะรีวิวส่วนใหญ่เป็นแบบนี้:“ดีมากค่ะ” “ชอบมาก” “แนะนำเลย” “บริการดี ส่งไว”มันไม่ได้ผิดนะ แต่มัน ช่วยปิดการขายได้น้อย เพราะคนอ่านยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า…มันเหมาะกับเคสเราหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไร ต้องใช้ยังไง/นานแค่ไหน ถ้าเสี่ยง… เสี่ยงแค่ไหน รีวิวที่ขายแทนเราได้จริง ไม่ต้องยาว ไม่ต้องเว่อร์ แต่ต้องตอบ “4...

ลูกค้าทักแล้วหาย? เอา VOC มาทำ Offer แล้วปิดง่ายขึ้น

“มีของไหม?” “ราคาเท่าไหร่?” “ส่งกี่วัน?” “เหมาะกับมือใหม่ไหม?” แล้ว… เงียบSME ออนไลน์เจอเหตุการณ์นี้ทุกวัน และหลายคนสรุปเร็วเกินไปว่า “ลูกค้าไม่จริงจัง” หรือ “ขอถามเฉย ๆ”แต่ความจริงส่วนใหญ่คือ ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยังมี “แรงต้าน” บางอย่างในหัว และเราไม่ได้แก้แรงต้านนั้นให้จบทางแก้ที่แม่นที่สุดไม่ใช่คิดคำขายใหม่ทุกวัน แต่คือใช้...

อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ? เริ่มจากทำให้ทุกจุด “พูดภาษาเดียวกัน”

SME ออนไลน์จำนวนมากพลาดเรื่องหนึ่งแบบไม่รู้ตัว คือ “ลูกค้าเจอแบรนด์แล้วรู้สึกคนละเรื่องคนละโทน” ในแต่ละช่องทางโพสต์ดูพรีเมียม แต่พอทักแชตเหมือนตอบแบบรีบ ๆ พอเข้าเว็บเจอข้อความคนละชุด พอได้รับของ แพ็กเกจดูไม่ได้ตั้งใจ พอมีปัญหา การดูแลไม่เหมือนที่สื่อไว้ลูกค้าไม่ด่า ไม่คอมเมนต์ ไม่ดราม่า เขาแค่...

ก่อนจะทำคอนเทนต์ตามคนอื่น อ่านอันนี้ก่อน (จะได้ไม่ติดสงครามราคา)

มี “กับดัก” ที่ SME ออนไลน์ติดกันเยอะมาก คือเห็นคู่แข่งทำอะไร แล้วรีบทำตามทันทีคู่แข่งทำคลิปแนวนี้ → เราทำ คู่แข่งใช้คำแบบนี้ →...

Topics

อย่าพูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน: เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจ

SME ออนไลน์จำนวนมาก “ขยันโพสต์” มาก แต่ยอดไม่สม่ำเสมอ ขายได้บ้าง เงียบบ้างไม่ใช่เพราะคอนเทนต์ไม่ดี แต่เพราะเรากำลังทำสิ่งที่พังเงียบ ๆ อยู่คือ…พูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจคนเพิ่งเห็นเรา...

รีวิวที่ขายแทนเราได้ ต้องตอบ 4 คำถามนี้ (ไม่งั้นก็แค่คำชม)

SME ออนไลน์หลายเจ้ามีรีวิวเยอะ แต่ยอดขายไม่ได้โตตามไม่ใช่เพราะรีวิวไม่จริง แต่เพราะรีวิวส่วนใหญ่เป็นแบบนี้:“ดีมากค่ะ” “ชอบมาก” “แนะนำเลย” “บริการดี ส่งไว”มันไม่ได้ผิดนะ แต่มัน ช่วยปิดการขายได้น้อย เพราะคนอ่านยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า…มันเหมาะกับเคสเราหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไร ต้องใช้ยังไง/นานแค่ไหน ถ้าเสี่ยง… เสี่ยงแค่ไหน รีวิวที่ขายแทนเราได้จริง ไม่ต้องยาว ไม่ต้องเว่อร์ แต่ต้องตอบ “4...

ลูกค้าทักแล้วหาย? เอา VOC มาทำ Offer แล้วปิดง่ายขึ้น

“มีของไหม?” “ราคาเท่าไหร่?” “ส่งกี่วัน?” “เหมาะกับมือใหม่ไหม?” แล้ว… เงียบSME ออนไลน์เจอเหตุการณ์นี้ทุกวัน และหลายคนสรุปเร็วเกินไปว่า “ลูกค้าไม่จริงจัง” หรือ “ขอถามเฉย ๆ”แต่ความจริงส่วนใหญ่คือ ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยังมี “แรงต้าน” บางอย่างในหัว และเราไม่ได้แก้แรงต้านนั้นให้จบทางแก้ที่แม่นที่สุดไม่ใช่คิดคำขายใหม่ทุกวัน แต่คือใช้...

อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ? เริ่มจากทำให้ทุกจุด “พูดภาษาเดียวกัน”

SME ออนไลน์จำนวนมากพลาดเรื่องหนึ่งแบบไม่รู้ตัว คือ “ลูกค้าเจอแบรนด์แล้วรู้สึกคนละเรื่องคนละโทน” ในแต่ละช่องทางโพสต์ดูพรีเมียม แต่พอทักแชตเหมือนตอบแบบรีบ ๆ พอเข้าเว็บเจอข้อความคนละชุด พอได้รับของ แพ็กเกจดูไม่ได้ตั้งใจ พอมีปัญหา การดูแลไม่เหมือนที่สื่อไว้ลูกค้าไม่ด่า ไม่คอมเมนต์ ไม่ดราม่า เขาแค่...

ก่อนจะทำคอนเทนต์ตามคนอื่น อ่านอันนี้ก่อน (จะได้ไม่ติดสงครามราคา)

มี “กับดัก” ที่ SME ออนไลน์ติดกันเยอะมาก คือเห็นคู่แข่งทำอะไร แล้วรีบทำตามทันทีคู่แข่งทำคลิปแนวนี้ → เราทำ คู่แข่งใช้คำแบบนี้ →...

Customer Journey 5 Stages สรุปเข้าใจง่าย พร้อมวิธีวางแผนการตลาด

Customer Journey 5 ขั้นคือแผนที่เส้นทางลูกค้า ตั้งแต่เริ่มเห็นแบรนด์จนกลายเป็นคนบอกต่อ บทความนี้พาไล่ทีละสเต็ป ว่าลูกค้าคิดอะไร ทำอะไร และแบรนด์ควรออกแบบประสบการณ์แบบไหน เพื่อให้ทั้งยอดขายและความภักดีเติบโตไปพร้อมกัน

4P vs 7P สรุปจบใน 1 ตอน

บทความนี้พาไล่ตั้งแต่ 4P ดั้งเดิมไปจนถึง 7P สำหรับธุรกิจบริการ อธิบายความต่าง จุดใช้ และยกตัวอย่างให้เห็นภาพ พร้อม Framework ง่าย ๆ ที่เอาไปเช็กธุรกิจของตัวเองได้ทันที

หมกมุ่นยอดฟอล ≠ หมกมุ่นยอดโอน

ปัญหาของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ส่วนใหญ่ คือเอาแต่ดีใจกับตัวเลขบนหน้าจอ แต่ไม่เคยมองยอดโอนในบัญชีแบบจริงจังฝั่งหมกมุ่นยอดฟอล– วัดแต่ยอดฟอล ไม่เคยมองว่าวันนี้ปิดกี่บิล – แจกของฟรี ไลฟ์แจก แถมไม่อั้น เอายอดตาม แต่คนตามเพราะของฟรี ไม่ได้ตามเพราะอยากซื้อ – ทำคอนเทนต์เอาไวรัล...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img