เขียนคำอธิบายสินค้าอย่างไรให้ขายดี (How to Write Product Descriptions that Sell)

สวัสดีครับเพื่อนๆ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลาย! เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหา “สินค้าดี แต่ขายไม่ค่อยออก” ใช่ไหมล่ะ? บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้า แต่อยู่ที่ “คำอธิบายสินค้า” ของเราก็เป็นได้นะ ผมเองก็เคยเจอปัญหานี้มาก่อน กว่าจะคลำทางจนเจอสูตรสำเร็จในการเขียนคำอธิบายสินค้าให้ปัง ก็เล่นเอาเหงื่อตกไปหลายหยดอยู่เหมือนกัน

วันนี้ผมเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ พร้อมเทคนิคเด็ดๆ ที่ช่วยเปลี่ยนคำอธิบายสินค้าธรรมดาๆ ให้กลายเป็น “แม่เหล็กดูดเงิน” ดึงดูดลูกค้าให้กดสั่งซื้อแบบรัวๆ รับรองว่าอ่านจบแล้ว ยอดขายพุ่งกระฉูดแน่นอน!

ทำความรู้จักลูกค้าเป้าหมาย ก่อนลงมือเขียน

ก่อนอื่นเลย เราต้องรู้ก่อนว่า “ใครคือลูกค้าของเรา?” พวกเขาต้องการอะไร? มีปัญหาอะไร? ไลฟ์สไตล์เป็นแบบไหน? ยิ่งเรารู้จักลูกค้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเขียนคำอธิบายสินค้าได้โดนใจมากขึ้นเท่านั้น

ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าเราขายครีมกันแดด แต่ดันไปเขียนคำอธิบายแบบเน้นสรรพคุณเรื่องลดริ้วรอย คงไม่โดนใจกลุ่มวัยรุ่นที่อยากได้ครีมกันแดดเนื้อบางเบา ใช้แล้วไม่เป็นคราบ จริงไหม?

เน้นประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ไม่ใช่แค่คุณสมบัติของสินค้า

หลายคนมักพลาดตรงนี้ คือเขียนแต่คุณสมบัติของสินค้า เช่น “เสื้อยืดคอกลม ผ้าฝ้าย 100% เนื้อนุ่ม ใส่สบาย” ซึ่งมันก็ถูก แต่มันยังไม่พอ!

สิ่งที่ลูกค้าอยากรู้จริงๆ คือ “ใส่เสื้อตัวนี้แล้ว ฉันจะได้อะไร?” ดังนั้น เราต้องเน้นไปที่ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ เช่น “เสื้อยืดคอกลม ผ้าฝ้าย 100% เนื้อนุ่ม ระบายอากาศได้ดี ใส่สบายตลอดวัน แม้อากาศร้อนอบอ้าว” เห็นไหมครับ แค่เปลี่ยนวิธีเขียนนิดหน่อย ก็ดูน่าสนใจขึ้นเยอะเลย

ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สื่อสารตรงไปตรงมา

อย่าลืมว่า ลูกค้าไม่ได้อยากอ่านบทความวิชาการ เขาแค่อยากรู้ว่าสินค้าของเราดีอย่างไร ดังนั้น ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สื่อสารตรงไปตรงมา เหมือนคุยกับเพื่อน หลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ยากเกินไป หรือประโยคยาวๆ ที่อ่านแล้วงง

เล่าเรื่องราว สร้างอารมณ์ร่วม

ลองใส่ “เรื่องราว” ลงไปในคำอธิบายสินค้า เพื่อสร้างอารมณ์ร่วม และทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับสินค้ามากขึ้น เช่น ถ้าเราขายกาแฟ ก็อาจเล่าเรื่องราวของชาวสวนที่ปลูกกาแฟด้วยความใส่ใจ หรือบรรยากาศของร้านกาแฟเล็กๆ ที่อบอุ่น เป็นกันเอง

ใช้คำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call to Action)

อย่าลืมปิดท้ายด้วยคำกระตุ้นการตัดสินใจ เช่น “สั่งซื้อเลยวันนี้ รับส่วนลดพิเศษ!” หรือ “สินค้ามีจำนวนจำกัด รีบ owning ก่อนของหมด!” เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อทันที

เทคนิคเสริม เพิ่มความน่าสนใจ

  • ใช้ Bullet Points: ช่วยสรุป ข้อดีของสินค้า ให้อ่านง่าย สบายตา
  • ใส่รูปภาพ/วิดีโอประกอบ: ช่วยให้เห็นภาพสินค้าชัดเจนยิ่งขึ้น
  • การันตีด้วยรีวิวจากลูกค้า: เพิ่มความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจให้กับลูกค้า
  • SEO ต้องมา!: อย่าลืมใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกค้าค้นหาสินค้าของเราเจอใน Google

ตัวอย่างคำอธิบายสินค้าที่ขายดี

สมมติว่าเราขาย “กระเป๋าผ้าแคนวาส”

แบบเดิม: กระเป๋าผ้าแคนวาส ขนาด 30×40 cm จุของได้เยอะ เหมาะสำหรับใส่หนังสือ เอกสาร และ laptop

แบบใหม่: เบื่อไหม? กับการแบกกระเป๋าหนักๆ ไปเรียน ไปทำงาน ขอแนะนำ “กระเป๋าผ้าแคนวาสสุดเท่” ที่ช่วยให้คุณพกพาสิ่งของจำเป็นได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยขนาด 30×40 cm จุใจ ใส่หนังสือ เอกสาร หรือแม้แต่ laptop ก็ยังไหว! ตัดเย็บจากผ้าแคนวาสคุณภาพดี ทนทาน ใช้งานได้นาน ดีไซน์ minimal เข้าได้กับทุกสไตล์ ไม่ว่าจะลุค casual หรือลุค formal ก็เอาอยู่! มีให้เลือกหลากหลายสีสัน ตามใจชอบ สั่งซื้อเลยวันนี้ รับส่วนลดพิเศษ!

เห็นไหมครับ แค่ปรับเปลี่ยนวิธีเขียนนิดหน่อย ก็ทำให้คำอธิบายสินค้าน่าสนใจขึ้นเยอะเลย

บทสรุป

การเขียนคำอธิบายสินค้าที่ดี ไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่ใส่ใจในรายละเอียด เข้าใจความต้องการของลูกค้า และใช้เทคนิคต่างๆ ที่ผมแนะนำ รับรองว่า ยอดขายปัง จนฉุดไม่อยู่แน่นอน!

Hot this week

อย่าพูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน: เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจ

SME ออนไลน์จำนวนมาก “ขยันโพสต์” มาก แต่ยอดไม่สม่ำเสมอ ขายได้บ้าง เงียบบ้างไม่ใช่เพราะคอนเทนต์ไม่ดี แต่เพราะเรากำลังทำสิ่งที่พังเงียบ ๆ อยู่คือ…พูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจคนเพิ่งเห็นเรา...

รีวิวที่ขายแทนเราได้ ต้องตอบ 4 คำถามนี้ (ไม่งั้นก็แค่คำชม)

SME ออนไลน์หลายเจ้ามีรีวิวเยอะ แต่ยอดขายไม่ได้โตตามไม่ใช่เพราะรีวิวไม่จริง แต่เพราะรีวิวส่วนใหญ่เป็นแบบนี้:“ดีมากค่ะ” “ชอบมาก” “แนะนำเลย” “บริการดี ส่งไว”มันไม่ได้ผิดนะ แต่มัน ช่วยปิดการขายได้น้อย เพราะคนอ่านยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า…มันเหมาะกับเคสเราหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไร ต้องใช้ยังไง/นานแค่ไหน ถ้าเสี่ยง… เสี่ยงแค่ไหน รีวิวที่ขายแทนเราได้จริง ไม่ต้องยาว ไม่ต้องเว่อร์ แต่ต้องตอบ “4...

ลูกค้าทักแล้วหาย? เอา VOC มาทำ Offer แล้วปิดง่ายขึ้น

“มีของไหม?” “ราคาเท่าไหร่?” “ส่งกี่วัน?” “เหมาะกับมือใหม่ไหม?” แล้ว… เงียบSME ออนไลน์เจอเหตุการณ์นี้ทุกวัน และหลายคนสรุปเร็วเกินไปว่า “ลูกค้าไม่จริงจัง” หรือ “ขอถามเฉย ๆ”แต่ความจริงส่วนใหญ่คือ ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยังมี “แรงต้าน” บางอย่างในหัว และเราไม่ได้แก้แรงต้านนั้นให้จบทางแก้ที่แม่นที่สุดไม่ใช่คิดคำขายใหม่ทุกวัน แต่คือใช้...

อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ? เริ่มจากทำให้ทุกจุด “พูดภาษาเดียวกัน”

SME ออนไลน์จำนวนมากพลาดเรื่องหนึ่งแบบไม่รู้ตัว คือ “ลูกค้าเจอแบรนด์แล้วรู้สึกคนละเรื่องคนละโทน” ในแต่ละช่องทางโพสต์ดูพรีเมียม แต่พอทักแชตเหมือนตอบแบบรีบ ๆ พอเข้าเว็บเจอข้อความคนละชุด พอได้รับของ แพ็กเกจดูไม่ได้ตั้งใจ พอมีปัญหา การดูแลไม่เหมือนที่สื่อไว้ลูกค้าไม่ด่า ไม่คอมเมนต์ ไม่ดราม่า เขาแค่...

ก่อนจะทำคอนเทนต์ตามคนอื่น อ่านอันนี้ก่อน (จะได้ไม่ติดสงครามราคา)

มี “กับดัก” ที่ SME ออนไลน์ติดกันเยอะมาก คือเห็นคู่แข่งทำอะไร แล้วรีบทำตามทันทีคู่แข่งทำคลิปแนวนี้ → เราทำ คู่แข่งใช้คำแบบนี้ →...

Topics

อย่าพูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน: เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจ

SME ออนไลน์จำนวนมาก “ขยันโพสต์” มาก แต่ยอดไม่สม่ำเสมอ ขายได้บ้าง เงียบบ้างไม่ใช่เพราะคอนเทนต์ไม่ดี แต่เพราะเรากำลังทำสิ่งที่พังเงียบ ๆ อยู่คือ…พูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจคนเพิ่งเห็นเรา...

รีวิวที่ขายแทนเราได้ ต้องตอบ 4 คำถามนี้ (ไม่งั้นก็แค่คำชม)

SME ออนไลน์หลายเจ้ามีรีวิวเยอะ แต่ยอดขายไม่ได้โตตามไม่ใช่เพราะรีวิวไม่จริง แต่เพราะรีวิวส่วนใหญ่เป็นแบบนี้:“ดีมากค่ะ” “ชอบมาก” “แนะนำเลย” “บริการดี ส่งไว”มันไม่ได้ผิดนะ แต่มัน ช่วยปิดการขายได้น้อย เพราะคนอ่านยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า…มันเหมาะกับเคสเราหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไร ต้องใช้ยังไง/นานแค่ไหน ถ้าเสี่ยง… เสี่ยงแค่ไหน รีวิวที่ขายแทนเราได้จริง ไม่ต้องยาว ไม่ต้องเว่อร์ แต่ต้องตอบ “4...

ลูกค้าทักแล้วหาย? เอา VOC มาทำ Offer แล้วปิดง่ายขึ้น

“มีของไหม?” “ราคาเท่าไหร่?” “ส่งกี่วัน?” “เหมาะกับมือใหม่ไหม?” แล้ว… เงียบSME ออนไลน์เจอเหตุการณ์นี้ทุกวัน และหลายคนสรุปเร็วเกินไปว่า “ลูกค้าไม่จริงจัง” หรือ “ขอถามเฉย ๆ”แต่ความจริงส่วนใหญ่คือ ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยังมี “แรงต้าน” บางอย่างในหัว และเราไม่ได้แก้แรงต้านนั้นให้จบทางแก้ที่แม่นที่สุดไม่ใช่คิดคำขายใหม่ทุกวัน แต่คือใช้...

อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ? เริ่มจากทำให้ทุกจุด “พูดภาษาเดียวกัน”

SME ออนไลน์จำนวนมากพลาดเรื่องหนึ่งแบบไม่รู้ตัว คือ “ลูกค้าเจอแบรนด์แล้วรู้สึกคนละเรื่องคนละโทน” ในแต่ละช่องทางโพสต์ดูพรีเมียม แต่พอทักแชตเหมือนตอบแบบรีบ ๆ พอเข้าเว็บเจอข้อความคนละชุด พอได้รับของ แพ็กเกจดูไม่ได้ตั้งใจ พอมีปัญหา การดูแลไม่เหมือนที่สื่อไว้ลูกค้าไม่ด่า ไม่คอมเมนต์ ไม่ดราม่า เขาแค่...

ก่อนจะทำคอนเทนต์ตามคนอื่น อ่านอันนี้ก่อน (จะได้ไม่ติดสงครามราคา)

มี “กับดัก” ที่ SME ออนไลน์ติดกันเยอะมาก คือเห็นคู่แข่งทำอะไร แล้วรีบทำตามทันทีคู่แข่งทำคลิปแนวนี้ → เราทำ คู่แข่งใช้คำแบบนี้ →...

Customer Journey 5 Stages สรุปเข้าใจง่าย พร้อมวิธีวางแผนการตลาด

Customer Journey 5 ขั้นคือแผนที่เส้นทางลูกค้า ตั้งแต่เริ่มเห็นแบรนด์จนกลายเป็นคนบอกต่อ บทความนี้พาไล่ทีละสเต็ป ว่าลูกค้าคิดอะไร ทำอะไร และแบรนด์ควรออกแบบประสบการณ์แบบไหน เพื่อให้ทั้งยอดขายและความภักดีเติบโตไปพร้อมกัน

4P vs 7P สรุปจบใน 1 ตอน

บทความนี้พาไล่ตั้งแต่ 4P ดั้งเดิมไปจนถึง 7P สำหรับธุรกิจบริการ อธิบายความต่าง จุดใช้ และยกตัวอย่างให้เห็นภาพ พร้อม Framework ง่าย ๆ ที่เอาไปเช็กธุรกิจของตัวเองได้ทันที

หมกมุ่นยอดฟอล ≠ หมกมุ่นยอดโอน

ปัญหาของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ส่วนใหญ่ คือเอาแต่ดีใจกับตัวเลขบนหน้าจอ แต่ไม่เคยมองยอดโอนในบัญชีแบบจริงจังฝั่งหมกมุ่นยอดฟอล– วัดแต่ยอดฟอล ไม่เคยมองว่าวันนี้ปิดกี่บิล – แจกของฟรี ไลฟ์แจก แถมไม่อั้น เอายอดตาม แต่คนตามเพราะของฟรี ไม่ได้ตามเพราะอยากซื้อ – ทำคอนเทนต์เอาไวรัล...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img