เทรนด์ Cashless Society มาแรงในไทย! ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไร

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้ผมขอพาไปสำรวจเทรนด์ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งในประเทศไทย นั่นก็คือ “Cashless Society” หรือสังคมไร้เงินสด ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ครับว่า กระแสนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อธุรกิจแทบทุกแขนงเลยทีเดียว

ผมเองในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการธุรกิจมานาน เห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคมาตลอด ตั้งแต่สมัยที่เราต้องพกเงินสดกันเป็นปึกๆ จนมาถึงยุคที่แค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็ใช้จ่ายได้แทบทุกอย่าง

ลองนึกภาพตามนะครับ เดินเข้าร้านสะดวกซื้อ หยิบของใส่ตะกร้า เสร็จแล้วก็แค่สแกน QR Code จ่ายเงินผ่านแอปฯ ง่าย แค่ปลายนิ้ว ไม่ต้องควักเงินสด ไม่ต้องรอทอน สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย นี่แหละครับ เสน่ห์ของ Cashless Society ที่ทำให้ใครๆ ก็หลงรัก

แต่เดี๋ยวก่อน! ธุรกิจอย่างเราจะปรับตัวอย่างไรดีล่ะ? ในเมื่อลูกค้าหันไปใช้จ่ายแบบไร้เงินสดกันหมดแล้ว ไม่ต้องกังวลครับ วันนี้ผมมีคำตอบมาให้!

ทำไม Cashless Society ถึงมาแรงในไทย?

ก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ Cashless Society ได้รับความนิยมในไทย

  • ความสะดวกสบาย: อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นครับ การใช้จ่ายแบบไร้เงินสดนั้นง่ายและสะดวกมาก แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องพกเงินสดให้หนักกระเป๋า ลดความเสี่ยงในการโดนขโมยหรือทำเงินหายด้วย
  • เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย: ปัจจุบัน คนไทยส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนได้ง่าย ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ในการชำระเงินเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป
  • การสนับสนุนจากภาครัฐ: รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดอย่างจริงจัง เช่น โครงการคนละครึ่ง หรือ PromptPay ซึ่งช่วยกระตุ้นให้คนไทยหันมาใช้ Digital Payment มากขึ้น
  • สถานการณ์โควิด-19: การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้คนไทยหันมาใช้จ่ายแบบไร้เงินสดมากขึ้น เพราะช่วยลดการสัมผัสเงินสด ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

Digital Payment มีอะไรบ้าง?

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้ว Digital Payment ในไทยมีอะไรบ้าง? ผมขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ

  • Mobile Banking: แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือที่เราคุ้นเคยกันดี ใช้โอนเงิน จ่ายบิล เติมเงิน ซื้อของออนไลน์ ได้สารพัดประโยชน์
  • E-Wallet: กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ยอดนิยม เช่น TrueMoney Wallet, Rabbit LINE Pay, AirPay ที่ใช้จ่ายเงินได้หลากหลาย ทั้งร้านค้าออนไลน์และออฟไลน์
  • QR Code Payment: การชำระเงินผ่าน QR Code ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะใช้งานง่าย แค่สแกน จ่าย จบ!

ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไรในยุค Cashless?

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญที่หลายคนรอคอย ธุรกิจอย่างเราจะปรับตัวอย่างไรในยุค Cashless Society? ผมมีคำแนะนำดีๆ มาฝากครับ

  1. เปิดรับ Digital Payment: ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือ การเปิดรับชำระเงินผ่านช่องทาง Digital Payment ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking, E-Wallet, หรือ QR Code Payment ยิ่งมีช่องทางให้ลูกค้าเลือกชำระเงินมากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้นเท่านั้น
  2. จัดอบรมพนักงาน: อย่าลืมจัดอบรมพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ระบบ Digital Payment เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างราบรื่น และแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้
  3. สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า: การใช้จ่ายแบบไร้เงินสด นอกจากจะสะดวกแล้ว ยังต้องรวดเร็วและปลอดภัยด้วย ดังนั้น ควรเลือกใช้ระบบที่มีความเสถียร และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
  4. ใช้ประโยชน์จาก Data: ระบบ Digital Payment ช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลการใช้จ่ายของลูกค้าได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มากในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น
  5. อย่าทิ้งลูกค้าที่ใช้เงินสด: ถึงแม้ Cashless Society จะมาแรง แต่ก็อย่าลืมว่ายังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ยังนิยมใช้เงินสดอยู่ ดังนั้น ควรเตรียมระบบรองรับการชำระเงินด้วยเงินสดควบคู่ไปด้วย

ตัวอย่างธุรกิจที่ปรับตัวสู่ Cashless Society

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่างธุรกิจที่ปรับตัวเข้าสู่ Cashless Society ได้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ครับ

  • ร้านค้าปลีก: ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ต่างก็แข่งกันนำระบบ QR Code Payment และ E-Wallet มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และลดภาระการจัดการเงินสด
  • ร้านอาหาร: ร้านอาหารหลายแห่ง เริ่มนำระบบสั่งอาหารและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันมาใช้ ช่วยลดระยะเวลาในการรอคิว และเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า
  • ธุรกิจขนส่ง: บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab, Bolt ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินผ่านแอปฯ ได้ทันที โดยไม่ต้องพกเงินสด

อนาคตของ Cashless Society ในไทย

จากแนวโน้มที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า Cashless Society กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็น “New Normal” ในอนาคตอันใกล้นี้

ผมเชื่อว่า เทคโนโลยี Digital Payment จะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายยิ่งขึ้น

บทสรุป

Cashless Society ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ธุรกิจทุกขนาดต้องเตรียมพร้อมรับมือ

การปรับตัวเข้าสู่ Cashless Society ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการเติบโตอีกด้วย

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกท่านนะครับ และขอให้ทุกธุรกิจประสบความสำเร็จในการปรับตัวสู่ Cashless Society!

Hot this week

อย่าพูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน: เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจ

SME ออนไลน์จำนวนมาก “ขยันโพสต์” มาก แต่ยอดไม่สม่ำเสมอ ขายได้บ้าง เงียบบ้างไม่ใช่เพราะคอนเทนต์ไม่ดี แต่เพราะเรากำลังทำสิ่งที่พังเงียบ ๆ อยู่คือ…พูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจคนเพิ่งเห็นเรา...

รีวิวที่ขายแทนเราได้ ต้องตอบ 4 คำถามนี้ (ไม่งั้นก็แค่คำชม)

SME ออนไลน์หลายเจ้ามีรีวิวเยอะ แต่ยอดขายไม่ได้โตตามไม่ใช่เพราะรีวิวไม่จริง แต่เพราะรีวิวส่วนใหญ่เป็นแบบนี้:“ดีมากค่ะ” “ชอบมาก” “แนะนำเลย” “บริการดี ส่งไว”มันไม่ได้ผิดนะ แต่มัน ช่วยปิดการขายได้น้อย เพราะคนอ่านยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า…มันเหมาะกับเคสเราหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไร ต้องใช้ยังไง/นานแค่ไหน ถ้าเสี่ยง… เสี่ยงแค่ไหน รีวิวที่ขายแทนเราได้จริง ไม่ต้องยาว ไม่ต้องเว่อร์ แต่ต้องตอบ “4...

ลูกค้าทักแล้วหาย? เอา VOC มาทำ Offer แล้วปิดง่ายขึ้น

“มีของไหม?” “ราคาเท่าไหร่?” “ส่งกี่วัน?” “เหมาะกับมือใหม่ไหม?” แล้ว… เงียบSME ออนไลน์เจอเหตุการณ์นี้ทุกวัน และหลายคนสรุปเร็วเกินไปว่า “ลูกค้าไม่จริงจัง” หรือ “ขอถามเฉย ๆ”แต่ความจริงส่วนใหญ่คือ ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยังมี “แรงต้าน” บางอย่างในหัว และเราไม่ได้แก้แรงต้านนั้นให้จบทางแก้ที่แม่นที่สุดไม่ใช่คิดคำขายใหม่ทุกวัน แต่คือใช้...

อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ? เริ่มจากทำให้ทุกจุด “พูดภาษาเดียวกัน”

SME ออนไลน์จำนวนมากพลาดเรื่องหนึ่งแบบไม่รู้ตัว คือ “ลูกค้าเจอแบรนด์แล้วรู้สึกคนละเรื่องคนละโทน” ในแต่ละช่องทางโพสต์ดูพรีเมียม แต่พอทักแชตเหมือนตอบแบบรีบ ๆ พอเข้าเว็บเจอข้อความคนละชุด พอได้รับของ แพ็กเกจดูไม่ได้ตั้งใจ พอมีปัญหา การดูแลไม่เหมือนที่สื่อไว้ลูกค้าไม่ด่า ไม่คอมเมนต์ ไม่ดราม่า เขาแค่...

ก่อนจะทำคอนเทนต์ตามคนอื่น อ่านอันนี้ก่อน (จะได้ไม่ติดสงครามราคา)

มี “กับดัก” ที่ SME ออนไลน์ติดกันเยอะมาก คือเห็นคู่แข่งทำอะไร แล้วรีบทำตามทันทีคู่แข่งทำคลิปแนวนี้ → เราทำ คู่แข่งใช้คำแบบนี้ →...

Topics

อย่าพูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน: เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจ

SME ออนไลน์จำนวนมาก “ขยันโพสต์” มาก แต่ยอดไม่สม่ำเสมอ ขายได้บ้าง เงียบบ้างไม่ใช่เพราะคอนเทนต์ไม่ดี แต่เพราะเรากำลังทำสิ่งที่พังเงียบ ๆ อยู่คือ…พูดกับลูกค้าทุกคนเหมือนกัน ทั้งที่เขาอยู่คนละจังหวะการตัดสินใจคนเพิ่งเห็นเรา...

รีวิวที่ขายแทนเราได้ ต้องตอบ 4 คำถามนี้ (ไม่งั้นก็แค่คำชม)

SME ออนไลน์หลายเจ้ามีรีวิวเยอะ แต่ยอดขายไม่ได้โตตามไม่ใช่เพราะรีวิวไม่จริง แต่เพราะรีวิวส่วนใหญ่เป็นแบบนี้:“ดีมากค่ะ” “ชอบมาก” “แนะนำเลย” “บริการดี ส่งไว”มันไม่ได้ผิดนะ แต่มัน ช่วยปิดการขายได้น้อย เพราะคนอ่านยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า…มันเหมาะกับเคสเราหรือเปล่า ซื้อแล้วจะได้ผลลัพธ์อะไร ต้องใช้ยังไง/นานแค่ไหน ถ้าเสี่ยง… เสี่ยงแค่ไหน รีวิวที่ขายแทนเราได้จริง ไม่ต้องยาว ไม่ต้องเว่อร์ แต่ต้องตอบ “4...

ลูกค้าทักแล้วหาย? เอา VOC มาทำ Offer แล้วปิดง่ายขึ้น

“มีของไหม?” “ราคาเท่าไหร่?” “ส่งกี่วัน?” “เหมาะกับมือใหม่ไหม?” แล้ว… เงียบSME ออนไลน์เจอเหตุการณ์นี้ทุกวัน และหลายคนสรุปเร็วเกินไปว่า “ลูกค้าไม่จริงจัง” หรือ “ขอถามเฉย ๆ”แต่ความจริงส่วนใหญ่คือ ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ยังมี “แรงต้าน” บางอย่างในหัว และเราไม่ได้แก้แรงต้านนั้นให้จบทางแก้ที่แม่นที่สุดไม่ใช่คิดคำขายใหม่ทุกวัน แต่คือใช้...

อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ? เริ่มจากทำให้ทุกจุด “พูดภาษาเดียวกัน”

SME ออนไลน์จำนวนมากพลาดเรื่องหนึ่งแบบไม่รู้ตัว คือ “ลูกค้าเจอแบรนด์แล้วรู้สึกคนละเรื่องคนละโทน” ในแต่ละช่องทางโพสต์ดูพรีเมียม แต่พอทักแชตเหมือนตอบแบบรีบ ๆ พอเข้าเว็บเจอข้อความคนละชุด พอได้รับของ แพ็กเกจดูไม่ได้ตั้งใจ พอมีปัญหา การดูแลไม่เหมือนที่สื่อไว้ลูกค้าไม่ด่า ไม่คอมเมนต์ ไม่ดราม่า เขาแค่...

ก่อนจะทำคอนเทนต์ตามคนอื่น อ่านอันนี้ก่อน (จะได้ไม่ติดสงครามราคา)

มี “กับดัก” ที่ SME ออนไลน์ติดกันเยอะมาก คือเห็นคู่แข่งทำอะไร แล้วรีบทำตามทันทีคู่แข่งทำคลิปแนวนี้ → เราทำ คู่แข่งใช้คำแบบนี้ →...

Customer Journey 5 Stages สรุปเข้าใจง่าย พร้อมวิธีวางแผนการตลาด

Customer Journey 5 ขั้นคือแผนที่เส้นทางลูกค้า ตั้งแต่เริ่มเห็นแบรนด์จนกลายเป็นคนบอกต่อ บทความนี้พาไล่ทีละสเต็ป ว่าลูกค้าคิดอะไร ทำอะไร และแบรนด์ควรออกแบบประสบการณ์แบบไหน เพื่อให้ทั้งยอดขายและความภักดีเติบโตไปพร้อมกัน

4P vs 7P สรุปจบใน 1 ตอน

บทความนี้พาไล่ตั้งแต่ 4P ดั้งเดิมไปจนถึง 7P สำหรับธุรกิจบริการ อธิบายความต่าง จุดใช้ และยกตัวอย่างให้เห็นภาพ พร้อม Framework ง่าย ๆ ที่เอาไปเช็กธุรกิจของตัวเองได้ทันที

หมกมุ่นยอดฟอล ≠ หมกมุ่นยอดโอน

ปัญหาของเจ้าของธุรกิจออนไลน์ส่วนใหญ่ คือเอาแต่ดีใจกับตัวเลขบนหน้าจอ แต่ไม่เคยมองยอดโอนในบัญชีแบบจริงจังฝั่งหมกมุ่นยอดฟอล– วัดแต่ยอดฟอล ไม่เคยมองว่าวันนี้ปิดกี่บิล – แจกของฟรี ไลฟ์แจก แถมไม่อั้น เอายอดตาม แต่คนตามเพราะของฟรี ไม่ได้ตามเพราะอยากซื้อ – ทำคอนเทนต์เอาไวรัล...
spot_img

Related Articles

Popular Categories

spot_imgspot_img